ประสบการณ์(Case Study) รับทำเว็บขายของเกาหลี

วันนี้ผมจะมาเล่า Case study การทำเว็บขายของแบบเกาหลีที่ผ่านมาครับ เนื่องจากบ่อยครั้งที่ลูกค้าที่จ้างออกแบบเว็บไซต์แล้วไม่ได้ดั่งใจ คือ เว็บไซตืไม่สวย ไม่ถูกใจนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วผมจะแนะนำให้คุณลูกค้าทุกคนหาเว็บไซต์ในดวงใจ ที่อยากได้มาให้ผมดู แล้วผมจะทำการแนะนำอย่างละเอียดกลับไปให้ว่า ราคาเท่าไหร่ ใช้เวลาทำเท่าไหร่ ซึ่งอยากจะบอกจริงๆว่า เว็บเกาหลีนั้นสวยด้วยรูปจริงๆครับ เพราะเว็บเค้าจะเป็นโทนสีขาว สีอ่อน แล้วตบด้วย icon รูป banner และรุปภาพสินค้าที่น่ารัก ลงตัวมากๆ 

หากรูปในเว็บไซต์เราสวยแล้วนั้น ต่อให้เราไปทำเว็บสำเร็จรูปฟรีๆ ที่คนส่วนใหญ่มองว่าไม่สวย ก็ทำให้สวยขึ้นมาได้เป็นกองครับ แต่ในทางกลับกันต่อให้ผู้ให้บริการรับทำเว็บ ออกแบบเว็บไซต์ให้สวยขนาดไหน แต่หากรูปภาพสินค้ส ภาพแบนเนอร์นั้นไม่สวย ไม่ผ่าน ก็ทำให้เว็บดูหมดค่าเอาได้ง่ายๆ จากที่เราไปจ้างเค้า 1-2 หมื่นบาท แต่มาเจอเว็บราคาหลักพันยังสู้ไม่ได้ ก็เจอบ่อยไปครับ

Case Study ของเว็บเกาหลีนั้น ต้องมองทั้งมุมมองของผู้รับทำเว็บ กับลูกค้า ซึ่งผมสรุปวิธีที่ง่ายยยย มากที่สุดให้กับทั้งสองฝ่ายคือ

  1. ลูกค้าหาเว็บไซต์ในดวงใจมากี่เว็บก็ได้แนะนำไม่เกิน 2 เว็บเพื่อผู้รับทำเว็บไซต์จะได้ไม่สับสน
  2. นำแบบเว็บที่อยากได้มาติดต่อกับผู้รับทำเว็บ คุยขอบเขต ราคา เวลาการทำงาน และอื่นๆ
  3. เมื่อตกลงกันได้แล้วควรมีความเข้าใจกัน และเซ็นสัญญาได้จะดีทั้ง 2 ฝ่ายเพราะบ่อยครั้งที่ผู้ให้บริการทิ้งงาน ดองงานไปเฉยๆ หรือ ลูกค้าเบี๊ยวเงินก็เจอบ่อยครับ
  4. ช่วงสุดท้ายก่อนปิดงาน ต้องมีความพอใจกันทั้งสองฝ่าย ลูกค้าควรจะหารูปสินค้าและเข้าใจธรรมชาติหลักการความสวยงามของเว็บไซต์ ว่ารูปสินค้านั้นเป็นหัวใจของเว็บขายของที่จะทำให้เว็บสวยงาม น่าเชื่อถือเลยทีเดียว ส่วนด้านผู้ให้บริการรับทำเว็บไซต์ก็ควรจะแนะนำ และ ทำเว็บไซต์ตามต้นแบบ หรือ ข้อตกลงที่ให้กันไว้ให้ครบถ้วนครับ
แล้วทุกอย่างก็จะจบ เพื่อนๆจะไม่เจอเหตุการณ์แย่ๆ เช่น โดนเบี๊ยวเงิน โดนปล่อยดอง โดนทิ้งงาน เว็บเสร็จล่าช้า ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความไม่ชัดเจนทั้งนั้นครับ
ทำให้ผมมามองอีกมุมนึงว่า หากเราทำเว็บให้ลูกค้าเลือกละ แน่นอน หากลูกค้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกเราได้ อันนี้น่าจะดีกว่า และ สะดวก รวดเร็ว งานไม่มีปัญหากันทั้งสองฝ่าย Happy กันหมดครับ



About The Author

Editor ประจำทีม SabuyCart